สภาพฐานะและที่ตั้งวัด
วัดป่าธรรมนิมิตโพธิ์ ๙ (วัดโนนฟองแก้ว) หรือชาวบ้านเรียกติดปากว่าวัดป่านาขาม ตั้งอยู่หมู่ที่ ๓ บ้านโนนฟองแก้ว ตำบลนาขาม อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ สังกัดคณะสงฆ์ ธรรมยุต
หลวงปู่ทิพพยน อนตฺตโร
ได้เริ่มสร้างวัดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘
เมื่อมีเสนาสนะมั่นคงจึงได้ขอจัดตั้งวัดตามกฎหมาย โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่
๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๒ มีที่ดินเฉพาะบริเวณที่ตั้งวัด
จำนวน ๒๑๑ ไร่ เป็นบริเวณพื้นที่โคกสูง
ประกอบด้วยไม้นานาชนิดเช่นไม้ยางนา ไม้แดง ไม้กุง ไม้ชาด ไม้ประดู่เป็นต้น มีว่านสมุนไพรจำนวนมาก
มีสภาพป่าสมบูรณ์แห่งสุดท้ายของผืนป่าดงแม่เผด ซึ่งเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมของผู้ต้องการความสงบในพระพุทธศาสนา
มีการพัฒนาทางด้านเสนาสนะตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันเป็นสถานที่สำคัญในการประกอบศาสนกิจของชุมชนในตำบลนาขาม
และผู้มีจิตศรัทธาทั่วไปได้แวะเวียนไปมาเพื่อกราบขอพรบารมีพระธาตุนาขาม และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว
ที่ตั้งวัดห่างจากตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ ประมาณ
๗๙ กิโลเมตร และห่างจากตัวอำเภอ
กุฉินารายณ์
๑๙ กิโลเมตร การเดินทางไปมาสะดวก ซึ่งจะมองเห็นพระธาตุนาขามได้อย่างเด่นชัดสง่างาม วัดป่าธรรมนิมิตโพธิ์ ๙ (วัดโนนฟองแก้ว)
ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ วันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๒๔ ขนาดกว้าง ๔๐ ยาว ๘๐
เมตร
ประวัติความเป็นมา
วัดป่าธรรมนิมิตโพธิ์ ๙ เป็นวัดต้นกำเนิดของวัดป่าสายกรรมฐาน
ในแถบชุมชนนี้ ด้วยเพราะข้อวัตรปฏิบัติของหลวงปู่ทิพพยน อนุตฺตโร
ที่เคยได้ปฏิบัติรับใช้พระแม่ครูจารย์สายกรรมฐาน แต่ก่อนบริเวณพื้นที่เป็นป่าช้าชองบ้านนาขามและบ้านคำอีหงษ์
(โคกสูงคำอีหงษ์) ในปี พ.ศ. ๒๕๑๗ หลวงปู่ทิพพยน
อนุตฺตโร ได้ธุดงค์ผ่านมาจากประเทศลาว
เพื่อกลับมาเยี่ยมมารดาในภูมิลำเนาที่อยู่อาศัย
และได้มาปลักกลดถือธุดงค์ปฏิบัติธรรมในป่าช้าแห่งนี้ ญาติโยมในชุมชนทั้ง ๗
หมู่บ้านมีความศรัทธาในข้อวัตรปฏิบัติขององค์หลวงปู่ จึงได้พร้อมกันถวายที่ให้ตั้งวัด
ครั้งนั้นท่านรับไว้พิจารณาแต่ก็ยังไม่ได้อยู่จำพรรษาและได้ธุดงค์ต่อไป ต่อมาเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ หลวงปู่ได้จาริกกลับมาและได้ริเริ่มก่อสร้างเสนาสนะและตั้งวัด
อาศัยศรัทธาจากประชาชนในชุมชนและศรัทธาจากกรุงเทพฯในการก่อสร้างถาวรวัตถุต่างๆ
ได้เริ่มลงมือก่อสร้างกุฏิ วิหาร โบสถ์ ศาลา บ่อน้ำทิพย์ โรงครัว และอื่นๆ
ที่จำเป็นต้องใช้ในวัด โดยแรกเริ่มสร้างวัด
ได้รับความอนุเคราะห์จากคุณสุธรรมา
ธารินเจริญ (หยกมณี)พร้อมครอบครัว ที่ให้ความอุปถัมภ์ด้านทุนทรัพย์
เพราะท่านมีศรัทธามากในหลวงปู่ทิพพยน
อนุตฺตโร ถือได้ว่าเป็นแม่บุญธรรมของหลวงปู่ และมีคณะของคุณสุวรรณา ร้ายบำรุง
ได้มาเป็นกำลังหลักสำคัญในการก่อสร้างอุโบสถ พระธาตุนาขาม และวัดคูหาผานิพพาน
(ดอยภูแฝก) จนแล้วเสร็จ จนมีหลักฐานมั่นคงตราบเท่าทุกวันนี้
ด้วยสภาพพื้นที่เดิมก่อนสร้างวัดพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าช้า และมีการจับจองเพื่อใช้ทำมาหากินของชาวบ้านปลูกมัน
สัมปะหลัง ข้าวโพด ปอ
บางส่วนก็เป็นที่หัวไร่ปลายนา
เมื่อมีการสร้างวัดจึงได้พร้อมใจกันออกทุนซื้อที่ดิน บางส่วนก็บริจาคด้วยใจศรัทธา
และมีการตัดถนนรอบวัดและก่อสร้างกำแพงมาตามลำดับ เป็นแนวเขตที่ชัดเจนในปัจจุบันนี้
คำบอกเล่าของผู้ร่วมบุกเบิกสร้างวัด
ในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๗
เวลาประมาณ ๑๗.๐๐ น.
ข้าพเจ้านายหนูศรี ตาลพันธ์
กำนันตำบลนาขามในขณะนั้น ได้เดินทางกลับมาจากไปประชุมที่อำเภอกุฉินารายณ์
ได้พบกับท่านพระอาจารย์ทิพพยน ที่กำลังเดินธุดงค์อยู่ระหว่างร่องนาหนองตู๋ จึงได้นิมนต์ท่านพักผ่อนอยู่ที่ตรงนั้นชั่วคราว
ขณะที่ท่านพักอยู่ตรงนั้นท่านได้ถามถึงเรื่องที่ดินข้างถนนรวมทั้งที่ป่าช้าด้วย ข้าพเจ้าได้ตอบท่านว่ามีประมาณ ๒๐๐ ไร่
ท่านถามต่อไปว่า
อาตมาขอบิณฑบาตได้ไหม
ข้าพเจ้าก็ได้ถามท่านว่าจะเอาไปทำอะไร
ท่านตอบว่าจะเอามาตั้งวัด ข้าพเจ้าคิดอยู่สักครู่หนึ่งเห็นว่าเป็นผลดีต่อบ้านเมืองต่อส่วนรวมในการที่จะมีสถานที่ศูนย์รวมศรัทธาของชาวบ้าน ข้าพเจ้าจึงได้กล่าวว่าจะประชุมชาวบ้านเพื่อขอมติเอาที่ดินทั้งหมดถวายพระอาจารย์ทิพพยน
อนุตฺตโร และท่านก็ได้อธิฐานปักกลดอยู่ที่ต้นยางนาต้นใหญ่
ระยะหนึ่งก่อนที่จะเดินธุดงค์ต่อไป
ต่อมาต้นปี พ.ศ. ๒๕๑๘
ท่านพระอาจารย์ทิพพยน อนุตฺตโร ได้เดินทางกลับมาทำการก่อสร้างเสนาสนะ มีกุฎิ
ศาลา เพื่อใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรม และบำเพ็ญบุญของชาวบ้าน
ต่อมามีการประชุมของชาวบ้านนาขาม โนนฟองแก้ว สุขสมบูรณ์ คำอีหงษ์ และชาวบ้านใกล้เคียง
ประชุมปรึกษาหารือกันในการให้มีผู้จับจองเป็นเจ้าของที่ดิน
เพื่อส่งเรื่องให้กรมการศาสนา ขอจัดตั้งเป็นวัดต่อไป ที่ประชุมได้เห็นสมควรให้นายสี โชติไสว นางสุวรรณ จิตทวี ราษฎรบ้านนาขาม นางหลง
ตาลพันธ์ ราษฎรบ้านโนนฟองแก้ว
นายนาค สายพิมาย ราษฎรบ้านสุขสมบูรณ์
เป็นตัวแทนของชาวตำบลนาขามเป็นผู้ยื่นขอจับจองออก นส.๓ เป็นหลักฐานเพื่อมอบให้กรมการศาสนาขอจัดตั้งวัด
ปูชนียวัตถุและเสนาสนะที่สำคัญ
ดังนี้
๑.อุโบสถ กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร
สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นอาคาร
ก่ออิฐถือปูน หลังคามุงด้วยสรรไท( เดิมเป็นกระเบื้อง) มีเสาทั้งหมด ๔๐ ต้น ตีฝ้าเพดานด้วยไม้ทั้งหมด
ฝ้าเพดานประดับด้วยดาวกระจกระยับทั้งหลัง
เป็นโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาฬสินธุ์
๒.ศาลาการเปรียญ กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร
สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ เป็นแบบก่ออิฐถือปูน ๒ ชั้น เป็นศาลาหอฉันและหอปฏิบัติธรรม
๓.กุฏิสงฆ์ จำนวน ๑๘ หลัง เป็นอาคารไม้๒ชั้น ๘
หลัง ก่ออิฐชั้นเดียว ๙ หลัง ก่ออิฐสองชั้น
๑ หลัง
๔.วิหารจตุรมุขก่ออิฐถือปูน ประกอบด้วยช่อฟ้า
ใบระกา และลวดลายปูนปั้น ภายในมีบุษบกแกะสลักจากไม้ทั้งหลังเป็นที่ประดิษฐานรูปเหมือนของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘
พร้อมด้วยบรรจุอัฐิธาตุขององค์หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
๕.พระประธานในพระอุโบสถ เป็นปางมารวิชัย
หน้าตักกว้าง ๗๙ นิ้ว
หล่อด้วยโลหะปิดทองพุทธลักษณะงดงามมาก
๖.พระธาตุนาขาม
ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและรวบรวมโบราณวัตถุต่างๆ ฐานกว้าง ๑๑ เมตร สูง ประมาณ ๔๙ เมตร ยอดฉัตร ๒.๕๐ เมตร รวมเป็น ๕๑.๕๐ เมตร เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.
๒๕๓๒ แล้วเสร็จและเฉลิมฉลองเมื่อปี พ.ศ.
๒๕๔๙
๗.ศาลาพิพิธภัณฑ์ เครื่องบริขารขององค์หลวงปู่ทิพพยน อนุตฺตโร อดีตเจ้าอาวาสผู้ก่อตั้งวัด ซึ่งจัดแสดงไว้ในตู้กระจก
๘.ศาลาธรรมนิมิตบันดาลโชค เป็นศาลาทรงไทยชั้นเดียว เสา๔ ต้น
จากไม้เก่าที่เปลี่ยนออกจากเสาโบสถ์ ภายในมีรูปแกะสลักของแม่ย่าตะเคียนทอง
ซึ่งแกะสลักจากไม้ตะเคียนทองทั้งต้น
๑๐.ศาลาหอสรง หอเถราภิเษก
หรือหอโฮงหดรดทองคำ เป็นศาลาทรงไทย
เป็นสถานที่ประกอบพิธีเถราภิเษกพระสงฆ์ มีรูปปั้นเต่าแบกอ่างน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์
และมีบัลลังก์ศิลาอาสน์ ทำมาจากหินเหล็กไหลจากแม่น้ำโขง
๑๑.หอไตร
เป็นศาลาทรงไทยปูด้วยไม้กระดานแผ่นใหญ่
ชั้นแรกเป็นปูนชั้นสองเป็นไม้มีลักษณะโดดเด่น สร้างภายในสระน้ำ เพื่อเก็บรักษาพระไตรปิฎกและคัมภีร์ใบลาน
๑๒.หอระฆังหิน เป็นศาลาที่มีระฆังหินโบราณล้านปี แขวนไว้
เป็นหินขนาดใหญ่ ไว้ตีส่งสัญญาณ
๑๓.หอโปง
เป็นศาลาที่มีโปงแขวนไว้ ตีบอกสัญญาณ
โปงคือระฆังไม้โบราณ
๑๔.ศาลาวิหารหลวงพ่อองค์ดำ
ภายในมีหลวงพ่อองค์ดำ จำลองมาจากพระองค์ดำที่มหาวิทยาลัยสงฆ์นาลันทา ประเทศอินเดีย
๑๕.ศาลาพิพิธภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ขนาดกว้าง ๕ เมตร ยาว ๒๘ เมตร เป็นอาคารทรงไทยชั้นเดียว ประกอบไปด้วยช่อฟ้า
ใบระกา หางหงส์ เป็นที่เก็บรวบรวมโบราณวัตถุของล้ำค่า และภูมิปัญญาชาวบ้าน ภายในมีพระประธานแกะสลักจากไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ปางอุ้มบาตร
พระนามว่า พระพุทธภูมินทร์มหาชัยมงคล
นอกจากนี้ยังมีศาลโรงครัว ศาลาเรือนเจ้าคุณ ศาลาอุดมมงคล
ศาลาพระฤาษี ศาลารอยพระพุทธบาทจำลอง และ
มีหอประปา และห้องน้ำ ห้องสุขา
ไว้รองรับแก่ผู้มาแสวงบุญและปฏิบัติธรรม
มีพระภิกษุจำพรรษาประมาณปีละ ๘-๑๐ รูป สามเณร ๒ รูป
รายนามเจ้าอาวาส
ตั้งแต่รูปแรกจนถึงปัจจุบัน จำนวน ๓ รูป
รูปที่
๑ หลวงปู่ทิพพยนต อนุตฺโร พ.ศ. ๒๕๑๘ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๔
รูปที่
๒ พระครูสุธีวรธรรม (สุพร
อาจารสมฺปนฺโน) พ.ศ. ๒๕๒๔- ๒๕๔๗
รูปที่ ๓ พระครูวรธรรมสโมธาน (ประชุม ขนฺติโก) พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึง ปัจจุบัน
ประวัติพระธาตุนาขาม
พระธาตุนาขาม
เป็นพระพุทธเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ประดิษฐานอยู่ที่ วัดป่าธรรมนิมิตโพธิ์ ๙ ต.นาขาม อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์
ตั้งอยู่บริเวณป่าโคกสูงซึ่งสามรถมองเห็นได้แต่ไกล สูงจากพื้นดินถึงยอดพระธาตุ ๔๙เมตร และยอดฉัตรอีก ๒.๕๐ เมตร รวมเป็น ๕๑.๕๐
เมตร ฐานชั้นแรกกว้าง ๑๑ เมตร ชั้นบนสุดของพระธาตุเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีกธาตุที่บรรจุในผอบ
จำนวน ๑๓ พระองค์ ได้มาจากศรีลังกา ๔ พระองค์ และสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชประทานเพิ่มอีก
๙ พระองค์
เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.๒๕๒๘ หลวงปู่ทิพพยน อนุตฺตโร
เจ้าอาวาสผู้สร้างวัดป่าธรรมนิมิตองค์แรกได้จาริกไปเผยแผ่พระพุทธศาสนากับคณะพระธรรมทูต
ได้จาริกไปถึงประเทศศรีลังกา
ซึ่งเป็นสถานที่ประดิษฐ์สถานของพระพุทธศาสนาอันมั่นคงอีกประเทศหนึ่ง
ได้มีโอกาสกราบคารวะพระมหาเถระในประเทศศรีลังกาองค์หนึ่ง
พระมหาเถระได้แบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้กับคณะพระธรรมทูต ซึ่งท่านกล่าวว่าได้มาจากพระสถูปเก่าแก่ที่พังทลายลงมาและไม่สามารถจะซ่อมแซมได้ และกำชับให้ไปสร้างพระธาตุเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา เพราะที่ประเทศไทยมีผู้มีศรัทธาแรงกล้า จะเป็นแรงสนับในการก่อสร้างไม่ยากนัก คณะพระธรรมทูตจึงได้รับไว้ และมีมติมอบให้กับหลวงปู่ทิพพยน อนุตฺตโร
ซึ่งท่านเป็นผู้อาวุโสในที่นั้นและมีบุญบารมีพอที่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของพระมหาเถระ
หลังจากอัญเชิญเข้ามาในประเทศไทยแล้วได้นำพระบรมสารีริกธาตุไปประดิษฐ์สถานไว้ที่วัดบวรนิเวศวิหาร
กรุงเทพมหานครเป็นการชั่วคราว เพื่อรอการก่อสร้างพระธาตุเจดีย์ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๙ จึงได้ทำพิธีแห่อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐ์สถานไว้ที่พระอุโบสถวัดป่าธรรมนิมิตโพธิ์
๙ เพื่อรอการบรรจุได้บนยอดพระธาตุเจดีย์
พระธาตุนาขามสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๑ สร้างจำลองมาจากพระธาตุพนม
โครงสร้างมีเสาแกนกลางรับน้ำหนักองค์พระธาตุ ก่ออิฐถือปูน มีฐานลดหลั่นกัน 3 ชั้น
แต่ละชั้นมีซุ้มพระ จำนวน ๑๒ ซุ้ม
ซึ่งมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ภายใน
ซึ่งออกแบบและดำเนินการควบคุมงานโดยองค์หลวงปู่ทิพพยน อนุตฺตโร
ผู้อุปถัมภ์และดำเนินการก่อสร้างโดยคุณสุธรรมา ธารินเจริญ ( หยกมณี ) ซึ่งได้เสียชีวิตก่อนที่จะแล้วเสร็จ
และได้มีผู้อุปถัมภ์ต่อมาคือคณะบุตรธิดาและญาติมิตร โดยมีนายสมนึก ธารินเจริญ นางสุวรรณา ร้ายบำรุง
นายทรงพล ธารินเจริญ นายสมบัติ
ธารินเจริญ
เป็นประธานดำเนินการสืบต่อมา ซึ่งได้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๓๑ ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ๕ ปี เถาะ และได้แล้วเสร็จและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
เมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๔๙
โดยมีสมเด็จพระมหาวีรวงศ์
วัดสัมพันธวงค์
กรุงเทพมหานครเป็นประธานฝ่ายสงฆ์
นายสวัสดิ์ คำประกอบ
ประธานวุฒิสภาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส
พระธาตุนาขาม เดิมเรียกว่าพระธาตุเจดีย์วัดป่าธรรมนิมิตโพธิ์
๙ มีการจัดงานนมัสการพระธาตุกันทุกปี แต่ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย จนกระทั่งมีการจัดงานนมัสการพระธาตุประจำปี๒๕๕๒ จึงได้มีมติร่วมกันของผู้นำท้องถิ่น
กำนันผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านในเขตตำบลนาขาม ในการที่จะให้พระธาตุเจดีย์เป็นตัวแทนเป็นสัญลักษณ์ของชุมชนตำบลนาขาม จึงได้เรียกพระธาตุเจดีย์นี้ว่า พระธาตุนาขาม
เมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๕๒ และมีการจัดงานนมัสการพระธาตุนาขาม ในวันที่ ๑๒-๑๕ เมษายน ของทุกปี
เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมทำบุญตักบาตร ฟังเทศน์ บวชเนกขัมมะบารมี
สรงน้ำพระพุทธรูป นมัสการขอพระธาตุนาขามเพื่อความเป็นสิริมงคล สืบทอดเป็นประเพณีที่ดีงามของชุมชนสืบต่อไปอย่างยาวนาน

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น